Facebook Pixel Codeบั้นปลายชีวิตคุณ อยู่ในมือคุณ - เอ็ทน่า ประเทศไทย

    บั้นปลายชีวิตคุณ อยู่ในมือคุณ

    บั้นปลายชีวิตคุณ อยู่ในมือคุณ
    คุณภาพชีวิตถือเป็นปัจจัยที่สำคัญ
    ทุกวันนี้ เราต่างต้องมีความรับผิดชอบต่อสุขภาพ ความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิตของตนเองมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีผลต่อคุณภาพชีวิตที่จะได้รับในช่วงที่จะต้องต่อสู้อยู่กับภาวะฉุกเฉินหรือในช่วงชีวิตระยะสุดท้ายที่ใกล้จะสิ้นสุดลมหายใจว่าจะเป็นอย่างไร? 

    ต้องขอขอบคุณเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำและทันสมัย เป็นปัจจัยส่งผลให้หลายคนมีอายุขัยยืนยาวมากขึ้นกว่าเดิม แต่โรคที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการดำเนินชีวิต อาทิเช่น โรคเบาหวาน ก็มักจะส่งผลให้เรานั้นมี ‘อายุขัย’ ที่สั้นลง มีช่วงชีวิตที่สุขภาพดีไม่มีโรคภัยสั้นลงลง

    ปัจจุบันมีความเชื่อเพิ่มขึ้นว่า การดูแลสุขภาพส่วนบุคคลควรขยายครอบคลุมไปถึงการตัดสินใจในช่วงบั้นปลายของชีวิตด้วย หากคุณต้องเผชิญหน้ากับความทุกข์ทรมาณที่ไม่จำเป็นและคุณภาพชีวิตที่แย่ลง การวางแผนอนาคตไว้ว่า บั้นปลายชีวิตคุณมีความประสงค์จะได้รับความดูแลแบบประคับประคอง หรือรูปแบบของการสิ้นสุดชีวิตอย่างไร เป็นปัจจัยที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ต้องคำนึงถึง

    การดูแลประคับประคองผู้ป่วย กับ การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
    ซึ่งเราอาจจะเคยได้ยินคำนิยามซึ่งเป็นคำศัพท์เฉพาะสำหรับการดูแลผู้ป่วยในระยะสุดท้ายของชีวิตที่ดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและอาสาสมัคร โดยปกติแล้วจะเป็นการมุ่งเน้นถึงแนวทางการปฏิบัติที่ทำให้ผู้ป่วยที่กำลังจะสิ้นสุดลมหายใจรู้สึกสบายและบรรเทาความเจ็บปวดลง โดยไม่อาศัยเทคโนโลยีเพื่อยืเธอชีวิต หากจะกล่าวให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองนี้ จะช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาทั้งภาวะที่คุกคามถึงชีวิต ภาวะที่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต และภาวะจำกัดการมีชีวิตอยู่ โดยที่การดูแลนี้จะมุ่งเน้นไปที่การป้องกันความเจ็บปวด และการบรรเทาความทุกข์เพื่อเป็นการตอบสนองต่อความต้องการทางร่างกาย สังคม จิตใจ และจิตวิญญาณของผู้ป่วยเป็นการดูแลแบบองค์รวม

    ก่อนศตวรรษที่ 20 ผู้คนมีประสบการณ์ในการ ‘การถึงแก่กรรมอย่างสง่างาม’ ณ บ้านพักอาศัย แต่หากในปัจจุบัน มีผู้คนจำนวนมากจากประเทศอุตสาหกรรมหลายประเทศมักจะเผชิญหน้ากับปัญหาการเสียชีวิตจากการใช้เครื่องช่วยหายใจด้วยระยะเวลาที่ยาวนานในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล ซึ่งการดูแลแบบประคับประคองนั้นก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถรักษาสมดุลระหว่างความเชี่ยวชาญทางด้านการดูแลรักษาแบบแผนปัจจุบัน กับการดูแลผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม สถานดูแลผู้สูงอายุก็อาจจะยังไม่สามารถมอบประสบการณ์ที่พวกเขาเหล่านั้นประสงค์ที่จะได้รับในช่วงวิกฤตที่สำคัญแห่งชีวิตได้

    บั้นปลายชีวิตคุณ อยู่ในมือคุณ ภารกิจของเอ็ทน่า อินเตอร์เนชั่นแนล (Aetna International) 
    พันธกิจหลักของเราคือการพลิกโฉมแนวทางการดูแลสุขภาพทั่วทุกมุมโลก โดยการดำเนินตามแนวทางปรับปรุงคุณภาพ ราคา และการเข้าถึงการดูแลในทุกขั้นตอนของชีวิตได้ เราดำเนินการด้วยการสรรค์สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความท้าทายด้านสุขภาพที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ และส่งเสริมแนวทางการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิเช่น โครงการ Aetna’s Compassionate Care ในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น

    จินตนาการถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเกี่ยวกับการดูแลแบบประคับประคอง และประสบการณ์ในวาระสุดท้ายของชีวิต ตามรูปแบบที่คุณต้องการ 
    1. เริ่มต้นด้วยการวางแผนว่า หากถึงเวลาที่คุณไม่มีอิสระในชีวิตอีกต่อไป คุณดูแลตัวเองไม่ได้ คุณมีความต้องการที่จะไปพักอาศัยอยู่ที่ใด? คุณต้องการได้รับแนวทางการปฏิบัติรูปแบบใดจากแพทย์?
    2. คัดสรรผู้มีอำนาจที่สามารถดำเนินการตัดสินใจทางการแพทย์ เพราะการปฏิบัติตามความปรารถนาของคุณอาจเป็นเรื่องยากลำบาก แรงกดดันทางวัฒนธรรม ข้อกฎหมาย หรือข้อบังคับในเขตท้องถิ่น และการเข้าถึงทรัพยากรในจำนวนที่เหมาะสม ล้วนมีบทบาททั้งสิ้น ซึ่งการขอให้คนที่คุณไว้วางใจะทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินใจหรือเป็นผู้สนับสนุนทางการแพทย์ บุคคลผู้นั้นควรรับทราบถึงข้อมูลทางการแพทย์ของคุณและเตรียมไว้ให้พร้อมอยู่เสมอเมื่อถึงเวลาที่คุณต้องการความช่วยเหลือ และบุคคลผู้นี้ต้องกล้าที่จะถามคำถามยากๆแก่คณะแพทย์ เพื่อดำเนินการตามที่คุณแจ้งความประสงค์ไว้ และมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่คุณ การที่มีผู้สนับสนุนมากกว่าหนึ่งคน ถือเป็นการเพิ่มโอกาสที่จะทำให้เป็นไปตามสิ่งที่คุณปรารถนามากขึ้น
    3. พิจารณาทางเลือกเกี่ยวกับผู้ให้การดูแล คุณต้องลองคิดว่า คุณมีความต้องการที่จะพักอาศัยโดยมีผู้ให้การดูแลแบบประคับประคอง การดูแลระยะสุดท้าย หรือมีความประสงค์ที่จะเลือกอยู่ในสังคมการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งบางแห่งจะมีทางเลือกในการอยู่อาศัยที่มีความหลากหลายตามช่วงอายุของคุณ เพื่อให้คุณดำรงชีวิตได้อย่างอิสระในช่วงขณะที่คุณนั้นยังมีสุขภาพที่ดี มอบความช่วยเหลือหากมีความจำเป็น และให้การดูแลระยะสุดท้ายเพื่อความสุขสบายในช่วงบั้นปลายสุดท้ายของชีวิต
    4. พร้อมอยู่เสมอตลอดเวลาสำหรับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด ชีวิตมักมีความเสี่ยงที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด คุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่า เมื่อไหร่คุณจะถึงคราวจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล หรือช่วงไหนที่คุณจะไม่สามารถตัดสินใจเลือกรูปแบบทางการแพทย์เพื่อกำหนดชะตาชีวิตได้ด้วยตัวเอง
    • เตรียมเอกสารสรุปประวัติการรักษาของคุณ รวมถึงระบุรายละเอียดเงื่อนไขอาการรักษาและประเภทของยาที่คุณใช้อยู่
    • ระบุให้คณะแพทย์และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์รับทราบว่าคุณมีความประสงค์ที่ต้องการใช้ชีวิตอยู่ด้วยเครื่องช่วยชีวิตหรือไม่ อาทิเช่น เครื่องช่วยหายใจ เป็นต้น
    • เจตจำนงต่อการมีชีวิตอยู่ ระบุถึงสิ่งที่คุณปรารถนาหากคุณอยู่ในสภาพผัก (ภาวะสมองตาย) หรือกำลังเข้าสู่ระยะสุดท้ายของโรคที่ไม่สามารถรักษาได้ หรืออยู่ในสถานการณ์ที่ต้องให้ยาที่คุณไม่ต้องการรับ
    อย่าลืมเก็บเอกสารไว้ในที่ที่หาง่ายๆ และทำสำเนาให้ตัวแทนไว้ 1 ชุด สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมให้ติดต่อแพทย์ที่ดูแลอยู่ หรือผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์

    เอกสารระบุความต้องการของคุณในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้องการการดูแลแบบ Palliative หรือในสถานการณ์ที่ต้องพิจารณาเรื่องการดูแลรักษาในวงกว้างขึ้น จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นถ้าคุณมีแผนจะไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศห่างไกลจากครอบครัว และอยู่ท่ามกลางวัฒนธรรมและระบบการรักษาที่ไม่คุ้นเคย สามารถดาวน์โหลดเพื่ออ่านข้อมูลเรื่องนี้เพิ่มเติมได้ที่ :

    อย่าลืมเก็บรักษาเอกสารเหล่านี้ไว้ในที่หาง่าย และมอบสำเนาให้แก่ผู้สนับสนุนของคุณ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อแพทย์ผู้ดูแลหลักหรือผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของคุณ 

    การจัดทำบันทึกความปรารถนาของคุณสำหรับกรณีฉุกเฉินด้านการดูแลสุขภาพ เจตจำนงต่อการดูแลแบบประคับประคอง หรือในกรณีที่คุณถึงแก่กรรม ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการพิจารณาแนวทางด้านการดูแลสุขภาพในวงกว้างของคุณ สิ่งนี้จะกลายเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณกำลังจะเดินทางไปต่างประเทศ ห่างไกลจากครอบครัว และรายล้อมไปด้วยระบบการดูแลสุขภาพและระบบวัฒนธรรมที่ไม่คุ้นเคย หากต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อดังกล่าวข้างต้น โปรดดาวน์โหลดเอกสารนำเสนอข้อมูลรายละเอียดของเราได้ที่