Facebook Pixel Codeสตินั้นสำคัญไฉน - เอ็ทน่า ประเทศไทย

    สตินั้นสำคัญไฉน

    สตินั้นสำคัญไฉน
    ภารกิจที่ต้องทำมากมายในแต่ละวันทำให้เราวุ่นวาย และเป็นสาเหตุของความเครียด.

    เราไม่สามารถควบคุมเหตุการณ์รอบตัวซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกได้ แต่เราสามารถควบคุมตัวเราเองในการตอบสนองต่อเหตุการณ์นั้นๆได้

    เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นอาจก่อให้เกิดความเครียดได้เพราะเหตุการณ์นั้นอาจจะไปสะกิดความรู้สึกเดิมๆกลับมาอีกครั้ง ส่งผลต่อความรู้สึกเรา อาจทำให้เกิดความกลัวโดยไม่มีสาเหตุขึ้นได้

    การมีสติ คือ การอยู่กับปัจจุบันขณะเกิดความเครียด จะช่วยให้เราตอบโต้ได้ดีขึ้น 

    การมีสติช่วยได้อย่างไร?
    • ช่วยทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายขึ้น
    • ช่วยให้มีความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
    • ช่วยให้มีพลังงานมากขึ้น
    • ช่วยให้มีช่องทางที่จะเกิดความคิดใหม่ๆ
    • ช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม
    • ช่วยให้สงบนิ่งและเลี่ยงการตอบโต้
    • ช่วยให้มีสมาธิในงานที่กำลังทำอยู่
    • ช่วยให้มีความชัดเจนในการแก้ปัญหามากขึ้น
    • ช่วยให้เป็นผู้มีทักษะและฝีมือ
    • ช่วยให้คิดก่อนพูด
    • ช่วยพัฒนาความสัมพันธ์
    • ช่วยให้มีความอดทนทั้งต่อตนเองและผู้อื่น
    • ช่วยทำให้รู้สึกเข้าใจตนเองและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
    • ช่วยเรื่องประสิทธิภาพ
    • ช่วยให้รู้สึกมีความสุขและสมหวังมากขึ้น

    ควรฝึกการมีสติทุกวัน
    การฝึกสติขณะที่ไม่มีความเครียดจะช่วยให้คุณใช้สติเป็นเครื่องมือในการจัดการกับความเครียดได้

    สตินั้นสำคัญไฉนวิธีการฝึกสติง่ายๆสำหรับชีวิตประจำวัน
    • สังเกตความรู้สึกตอนตื่นนอน ให้อยู่บนเตียงต่ออีกสักพัก แล้วสังเกตถึงความรู้สึกที่เกิดในตัวเอง
    • สังเกตอาการหิวของตนเอง อาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญ ควรเตรียมอาหารที่มีประโยชน์ไว้ให้พร้อม ถ้าคุณรีบ ให้นั่งลงและหายใจเข้า-ออก แทนที่จะเคี้ยวเอื้องไปทั้งวันโดยไม่ทันได้ลิ้มรสชาติ ควรหยุดพักหาของว่างและรับประทานแบบลิ้มรสชาติของอาหารนั้นด้วย
    • ขับรถไปทำงานโดยไม่ต้องเปิดวิทยุ หากมีคนขับรถปาดหน้าหรือรถติดนานก็ให้หายใจเข้าออกลึกๆ
    • สังเกตความรู้สึกขณะนั่งอยู่บนเก้าอี้ เพ่งสมาธิไปที่ความต้องการที่จะเคลื่อนไหว, กิน, ดื่ม หรือไปเข้าห้องน้ำ ให้พักเพื่อเดินหรือเคลื่อนไหวสั้นๆ และสังเกตว่าร่างกายรู้สึกอย่างไรหลังจากนั้น และให้รู้สึกถึงระดับพลังงานที่มีอยู่ด้วย
    • ขณะที่คุยกับผู้อื่น ให้สังเกตผลกระทบของผู้อื่นที่มีต่อคุณ และก็ให้ระวังคำพูดและทัศนคติของคุณที่จะกระทบผู้อื่นด้วย
    • ให้จดบันทึกสิ่งที่คุณทำขณะที่กำลังคุยกับผู้อื่น รวมถึงตอนที่คุณได้รับข้อความ หรือรับโทรศัพท์
    • ให้ตัวเองมีเวลาช่วงเปลี่ยนสถานที่จากที่ทำงานกลับบ้าน ขณะขับรถกลับบ้าน ให้ปิดวิทยุ และสังเกตความรู้สึกตอนเดินเข้าบ้าน
    • ให้ระวังการดูรายการโทรทัศน์ว่าจะมีผลกระทบต่ออารมณ์และความรู้สึกของคุณ
    • ให้สังเกตว่าเวลาเข้านอนปกติทุกวันของคุณเป็นช่วงที่รู้สึกสบายๆหรือวุ่นวาย และสภาพจิตใจของคุณเป็นอย่างไรเมื่อถึงเวลาเข้านอน
    คำถามที่สำคัญที่สุดคือ ให้ถามตัวเองง่ายๆว่า "ในขณะนี้ ทางเลือกการดูแลตนเองที่ดีที่สุดที่ฉันสามารถทำได้คืออะไร?"

    ลองวิธีที่คุณจะปิดสวิตซ์ระหว่างที่คุณกำลังเปิดพอดคาสต์ฟัง "ฟิตฟอร์ดิวตี้" ของเรา อีพีข้างล่างนี้